เพื่อให้การจัดทำแผนพัฒนาสามปี(อบต.) มีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงเสนอให้มีคณะทำงาน ดังนี้
1. คณะทำงานระดับหมู่บ้าน 2. คณะทำงานบูรณาการส่วนราชการ เช่น อนามัย,โรงเรียน
ขั้นตอนการดำเนินการ
1) จนท.วิเคราะห์ฯ เตรียมข้อมูลจัดทำแผน
2) ปรึกษา ส.อบต./ปลัด/นายกฯ
3) แต่งตั้งคณะทำงาน
4) ประชุมคณะทำงาน/เสนอข้อมูลปัญหาความต้องการ+วิชาการคือ ประโยชน์ ค่าสถิติต่างๆ (ปรึกษา ส.อบต.)/สรุปและรายงานผลการประชุมให้ หน./ปลัด/นายก ทราบ
5) สรุป/จัดเตรียมข้อมูลจากทีมหมู่บ้าน ไปประชุมประชาคมหมู่บ้าน
วันศุกร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2554
เตรียมอะไรก่อนไปประชาคม
1. เตรียมเนื้อหาที่จะไปประชุมกับประชาชน ได้แก่ วัตถุประสงค์ของการประชุม ขั้นตอนในการประชุม ประโยชน์ของการประชุม
2. เตรียมข้อมูลต่างๆ ที่จะตอบข้อซัถถามของประชาชน ได้แก่ สภาพปัญหา/ความต้องการที่เคยเสนอไว้ มีการดำเนินการในเรื่องใด อย่างไร และมีแนวทางจะดำเนินการอย่างไร ต่อไป ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา การดำเนินการในปัจจุบัน และแนวทางการดำเนินการในอนาคต ปัญหา/อุปสรรคที่ไม่สามารถดำเนินการในเรื่องต่างๆได้
3. ประสานส่วนโยธา สำหรับตอบคำถามด้านงานก่อสร้าง ได้แก่ หัวหน้าส่วนฯ/นายช่างฯ/ช่างไฟฟ้า ฯลฯ ประสานหัวหน้าสำนักปลัด/ปลัด อบต. สำหรับตอบคำถามการบริหารงานของสำนักปลัด ประสานฝ่ายวิชาการ ได้แก่ นักพัฒนาชุมชน(ตอบปัญหาเบี้ยยังชีพ/การเกษตร/งานที่รับผิดชอบ) นักวิชาการศึกษา/งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ในส่วนของข้าราชการให้ทำเป็นคำสั่งฯให้ไปปฏิบัติงาน)
4. ประสานนายก อบต./รองนายก/สมาชิกสภา อบต. ตอบปัญหาด้านการบริหารงาน ด้านนโยบาย
5. ประสานกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน หรือประธานชุมชน/ สมาชิกสภา อบต. ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ
6. เตรียมวิเคราะห์โครงการเบื้องต้นก่อนว่าแต่ละหมู่บ้านมีปัญหาความต้องการอะไร(ประสาน ส.อบต.) ทำแล้วจะเกิดประโยชน์อะไร ประชาชนได้รับประโยชน์จำนวนกี่ครัวเรือน หรือสร้างรายได้เพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน จัดลำดับโครงการพร้อมข้อมูลสนับสนุน
7. ประสานอาหาร เครื่องดื่ม สถานที่ และอุปกรณ์ เช่น เครื่องขยายเสียง กระดาษชาร์ต ปากกาไพลอต
8. เตรียมคน1) จัดสถานที่ 2) รับลงทะเบียน(แยกระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชน) 3) จัดบันทึกย่อการประชุม 4) เขียนกระดาษชาร์ต 5) ถ่ายรูป
9. เตรียมสมุดลงชื่อประชาคม /แบบประเมินโครงการ/กระดาษชาร์ตที่สรุปปัญหาความต้องการ/กระดาษชาร์ตข้อมูลแผนปีปัจจุบันและอนาคต(ของเดิม)/เครื่องบันทึกเสียง(กันเหนียว)
10. เตรียมใจ สิ่งใดๆล้วนอนิจจัง!!
2. เตรียมข้อมูลต่างๆ ที่จะตอบข้อซัถถามของประชาชน ได้แก่ สภาพปัญหา/ความต้องการที่เคยเสนอไว้ มีการดำเนินการในเรื่องใด อย่างไร และมีแนวทางจะดำเนินการอย่างไร ต่อไป ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา การดำเนินการในปัจจุบัน และแนวทางการดำเนินการในอนาคต ปัญหา/อุปสรรคที่ไม่สามารถดำเนินการในเรื่องต่างๆได้
3. ประสานส่วนโยธา สำหรับตอบคำถามด้านงานก่อสร้าง ได้แก่ หัวหน้าส่วนฯ/นายช่างฯ/ช่างไฟฟ้า ฯลฯ ประสานหัวหน้าสำนักปลัด/ปลัด อบต. สำหรับตอบคำถามการบริหารงานของสำนักปลัด ประสานฝ่ายวิชาการ ได้แก่ นักพัฒนาชุมชน(ตอบปัญหาเบี้ยยังชีพ/การเกษตร/งานที่รับผิดชอบ) นักวิชาการศึกษา/งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ในส่วนของข้าราชการให้ทำเป็นคำสั่งฯให้ไปปฏิบัติงาน)
4. ประสานนายก อบต./รองนายก/สมาชิกสภา อบต. ตอบปัญหาด้านการบริหารงาน ด้านนโยบาย
5. ประสานกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน หรือประธานชุมชน/ สมาชิกสภา อบต. ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ
6. เตรียมวิเคราะห์โครงการเบื้องต้นก่อนว่าแต่ละหมู่บ้านมีปัญหาความต้องการอะไร(ประสาน ส.อบต.) ทำแล้วจะเกิดประโยชน์อะไร ประชาชนได้รับประโยชน์จำนวนกี่ครัวเรือน หรือสร้างรายได้เพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน จัดลำดับโครงการพร้อมข้อมูลสนับสนุน
7. ประสานอาหาร เครื่องดื่ม สถานที่ และอุปกรณ์ เช่น เครื่องขยายเสียง กระดาษชาร์ต ปากกาไพลอต
8. เตรียมคน1) จัดสถานที่ 2) รับลงทะเบียน(แยกระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชน) 3) จัดบันทึกย่อการประชุม 4) เขียนกระดาษชาร์ต 5) ถ่ายรูป
9. เตรียมสมุดลงชื่อประชาคม /แบบประเมินโครงการ/กระดาษชาร์ตที่สรุปปัญหาความต้องการ/กระดาษชาร์ตข้อมูลแผนปีปัจจุบันและอนาคต(ของเดิม)/เครื่องบันทึกเสียง(กันเหนียว)
10. เตรียมใจ สิ่งใดๆล้วนอนิจจัง!!
วันพุธที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2554
บริหารงานบุคคล
พระราชกฤษฎีการะเบียบพนักงานส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๙
http://bbs.thailocalmeet.com/law/SAO_meet/zxfgqw475zx.pdf
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒
http://bbs.thailocalmeet.com/law/SAO_meet/dfg897634dgdf.pdf
ซักซ้อมแนวทางปฏิบัติกรณีการรับโอนข้าราชการตำรวจ หรือข้าราชการทหารมาเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น
http://www.thailocaladmin.go.th/upload/template/tempNews/2553/11/15440_1.PDF
การกำหนดตำแหน่งเกื้อก ูล (มท 0809.5/ ว 230)
http://www.thailocaladmin.go.th/upload/regulation/type5/2553/9/465_1.pdf
ประกาศ ก.จ.,ก.ท. เรื่อง มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลสำหรับลูกจ้างของ อบจ. และ เทศบาล (แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 1) พ.ศ. 2552
http://bbs.thailocalmeet.com/law/SAO_meet/3302_1.pdf
การกำหนดตำแหน่งประเภทวิชาการและประเภททั่วไป
http://bbs.thailocalmeet.com/law/SAO_meet/2999_1.pdf
การเรียกชื่อตำแหน่งใหม่ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
http://bbs.thailocalmeet.com/law/SAO_meet/2983_1.pdf
http://bbs.thailocalmeet.com/law/SAO_meet/zxfgqw475zx.pdf
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒
http://bbs.thailocalmeet.com/law/SAO_meet/dfg897634dgdf.pdf
ซักซ้อมแนวทางปฏิบัติกรณีการรับโอนข้าราชการตำรวจ หรือข้าราชการทหารมาเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น
http://www.thailocaladmin.go.th/upload/template/tempNews/2553/11/15440_1.PDF
การกำหนดตำแหน่งเกื้อก ูล (มท 0809.5/ ว 230)
http://www.thailocaladmin.go.th/upload/regulation/type5/2553/9/465_1.pdf
ประกาศ ก.จ.,ก.ท. เรื่อง มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลสำหรับลูกจ้างของ อบจ. และ เทศบาล (แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 1) พ.ศ. 2552
http://bbs.thailocalmeet.com/law/SAO_meet/3302_1.pdf
การกำหนดตำแหน่งประเภทวิชาการและประเภททั่วไป
http://bbs.thailocalmeet.com/law/SAO_meet/2999_1.pdf
การเรียกชื่อตำแหน่งใหม่ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
http://bbs.thailocalmeet.com/law/SAO_meet/2983_1.pdf
วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
การเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาท
ทศพิธราชธรรม : บัญญัติ 10 ประการ สำหรับพระมหากษัตริย์
ทาน การให้ การเสียสละ
ศีล การรักษากาย วาจา ใจให้ปราศจากโทสะ
ปริจาคะหรือบริจาค การเสียสละเพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม
อาชชวะ ความเป็นผู้มีอัธยาศัย ซื่อตรง สุจริตธรรม
มัททวะ ความอ่อนโยน
ตปะ ความเพียรพยายาม กำจัดความเกียจคร้าน
อักโกธะ ความไม่โกรธ ไม่มุ่งร้ายผู้อื่น
อวิหิงสา ความไม่เบียดเบียนต่อตนเองและผู้อื่น
อวิโรธนะ การวางตนให้หนักแน่น ยึดมั่นในธรรมและนิติธรรม
ขันติ การอดทนต่อความโลภ โกรธ หลง
พระปฐมบรมราชโองการ
“ เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม
เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม ”
หลักในการทรงงาน
การบริหารจัดการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน : การยึดถือประชาชนเป็นศูนย์กลางในการรับบริการจากรัฐ
-การพัฒนาตามแนวทางภูมิสังคม ตามสภาพความเป็นจริง
-การให้ความสำคัญแก่ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
การบริหารจัดการโดยมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์
-การบริหารจัดการโดยมีโครงการและแผนงาน เน้นหลักวิชา
-การดำเนินงานพัฒนาตามลำดับชั้นตอน
-การบริหารจัดการแบบบูรณาการ
-การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อแก้ไขการดำเนินงานในอนาคต
-ไม่ยึดติดทฤษฎีหรือตำรา
การลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน
-ไม่คำนึงถึงกฎเกณฑ์ตายตัว เพื่อความคล่องตัว
-การจัดตั้งศูนย์บริการร่วมหรือการบริการรวมที่จุดเดียว
การบริหารจัดการที่มุ่งเน้นความคุ้มค่าในเชิงภารกิจ
-ขาดทุนคือกำไร(Our loss is our gain)
การบริหารจัดการความรู้
-การสำรวจความรู้
-การรวบรวมพัฒนาความรู้
-การสังเคราะห์ความรู้ให้เป็นระบบ
-การถ่ายทอดความรู้หรือแบ่งปันแลกเปลี่ยนเรียนรู้
การบริหารการเปลี่ยนแปลง
-การนำทาง : วางแผน กำกับ ตรวจสอบ วัดผล
-ภาวะผู้นำในการสร้างวิธีการทำงานใหม่
-การปรับแต่งหรือเสริมสร้างพลัง
-การมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลง
การกำกับ ติดตาม และประเมินผล
-การกำกับ ติดตาม ประเมินผลด้วยตนเอง
-มีการจัดตั้งหน่วยงานรับผิดชอบ
การบริหารจัดการแนวใหม่
การบริหารจัดการที่ใช้แนวทาง วิธีการของภาคเอกชน โดยมุ่งผลสัมฤทธิ์ของการปฏิบัติงานและปรับลดขนาดของภาครัฐให้เหมาะสม มีประสิทธิภาพ
ทาน การให้ การเสียสละ
ศีล การรักษากาย วาจา ใจให้ปราศจากโทสะ
ปริจาคะหรือบริจาค การเสียสละเพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม
อาชชวะ ความเป็นผู้มีอัธยาศัย ซื่อตรง สุจริตธรรม
มัททวะ ความอ่อนโยน
ตปะ ความเพียรพยายาม กำจัดความเกียจคร้าน
อักโกธะ ความไม่โกรธ ไม่มุ่งร้ายผู้อื่น
อวิหิงสา ความไม่เบียดเบียนต่อตนเองและผู้อื่น
อวิโรธนะ การวางตนให้หนักแน่น ยึดมั่นในธรรมและนิติธรรม
ขันติ การอดทนต่อความโลภ โกรธ หลง
พระปฐมบรมราชโองการ
“ เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม
เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม ”
หลักในการทรงงาน
การบริหารจัดการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน : การยึดถือประชาชนเป็นศูนย์กลางในการรับบริการจากรัฐ
-การพัฒนาตามแนวทางภูมิสังคม ตามสภาพความเป็นจริง
-การให้ความสำคัญแก่ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
การบริหารจัดการโดยมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์
-การบริหารจัดการโดยมีโครงการและแผนงาน เน้นหลักวิชา
-การดำเนินงานพัฒนาตามลำดับชั้นตอน
-การบริหารจัดการแบบบูรณาการ
-การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อแก้ไขการดำเนินงานในอนาคต
-ไม่ยึดติดทฤษฎีหรือตำรา
การลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน
-ไม่คำนึงถึงกฎเกณฑ์ตายตัว เพื่อความคล่องตัว
-การจัดตั้งศูนย์บริการร่วมหรือการบริการรวมที่จุดเดียว
การบริหารจัดการที่มุ่งเน้นความคุ้มค่าในเชิงภารกิจ
-ขาดทุนคือกำไร(Our loss is our gain)
การบริหารจัดการความรู้
-การสำรวจความรู้
-การรวบรวมพัฒนาความรู้
-การสังเคราะห์ความรู้ให้เป็นระบบ
-การถ่ายทอดความรู้หรือแบ่งปันแลกเปลี่ยนเรียนรู้
การบริหารการเปลี่ยนแปลง
-การนำทาง : วางแผน กำกับ ตรวจสอบ วัดผล
-ภาวะผู้นำในการสร้างวิธีการทำงานใหม่
-การปรับแต่งหรือเสริมสร้างพลัง
-การมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลง
การกำกับ ติดตาม และประเมินผล
-การกำกับ ติดตาม ประเมินผลด้วยตนเอง
-มีการจัดตั้งหน่วยงานรับผิดชอบ
การบริหารจัดการแนวใหม่
การบริหารจัดการที่ใช้แนวทาง วิธีการของภาคเอกชน โดยมุ่งผลสัมฤทธิ์ของการปฏิบัติงานและปรับลดขนาดของภาครัฐให้เหมาะสม มีประสิทธิภาพ
วันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
มารู้จักสายงานเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผนกันเถอะ!
เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน
ต้องทำอะไรบ้าง
ต้องวิเคราะห์ทุกเรื่องในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเลยหรือ?
ทำไมตำแหน่งเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ฯ ถึงใช้คำว่า “เจ้าหน้าที่” ทำไม ไม่ใช้คำว่า “นัก” เหมือน นักพัฒนาชุมชน นักวิชาการศึกษา นักอื่นๆ ทั้งๆที่สายงามเริ่มต้นที่ระดับ 3 เหมือนกัน ทำไม ทำไม ???
ก่อนอื่นมาดูความหมายของชื่อตำแหน่งกันก่อน
คำว่า “เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน” เกิดจากคำต่างๆ ผสมกันดังนี้ จ้า
คำว่า “เจ้าหน้าที่” หมายถึง ผู้มีหน้าที่ในการปฏิบัติงาน นัยของคำนี้ จึงบ่งบอกให้รู้ว่า ตำแหน่ง ของคุณ มีหน้าที่ในการปฏิบัติงาน เป็นสายปฏิบัติ ไม่ใช่ สายการบริหารงาน เนื่องจากการบริหาร คือ การใช้คนอื่นให้ทำงาน ดังนั้น หากเมื่อใดที่เจ้าหน้าที่ ใช้คนอื่นให้ทำงาน นั่นหมายถึง เจ้าหน้าที่ผู้นั้นไม่รู้จักตนเองทำตัวเป็นผู้บริหาร
คำว่า “วิเคราะห์” หมายถึง การคิดใคร่ครวญในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น วิเคราะห์เหตุการณ์ ก็คือการคิดใคร่ครวญถึงสถานการณ์เรื่องราวที่เกิดขึ้นนั่นเอง โดยการวิเคราะห์นั้นจะเป็นการคิดใคร่ครวญแบบแยกส่วน
คำว่า “นโยบาย” เป็นคำสมาสเกิดจาก คำว่า นย ซึ่งแปลว่า แนวทาง กับคำว่า อุบาย ซึ่งแปลว่า กลวิธี ดังนั้น คำว่า นโยบาย จึงหมายถึง กลวิธีแนวทางที่จะนำไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ
คำว่า “และ” เป็นคำเชื่อม ที่มีสภาพบังคับ นั่นหมายความว่า บังคับให้กระทำทั้งสองอย่าง ในที่นี้จึงหมายถึง ให้วิเคราะห์ทั้งนโยบายและแผน
คำว่า “แผน” หมายถึง สิ่งที่คิดว่าจะทำ อะไรก็ตามที่คุณคิดว่าคุณจะทำนั่นแหละคือแผน
ดังนั้น คำถามที่ถามว่า “เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน” วิเคราะห์ทุกเรื่องเลยหรือไม่นั้น ก็ตอบได้เต็มปากเต็มคำว่า “ไม่ใช่” เพราะเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน มีหน้าที่วิเคราะห์แค่ 2 เรื่องหลักเท่านั้น คือ วิเคราะห์ 1.นโยบาย และ2.แผน
หากให้เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน วิเคราะห์เรื่องอื่นๆสามารถทำได้หรือไม่ คำตอบคือ “ทำได้” แต่ผลของการวิเคราะห์ก็อาจไม่ถูกต้องเหมือนที่คนทั่วๆไปวิเคราะห์ เพราะสายงานวิเคราะห์นโยบายและแผน รับผู้ที่จบสังคมศาสตร์ เช่น รัฐศาสตร์ จึงมีความรู้ด้านนโยบายและแผนเป็นพิเศษ
หากให้เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน วิเคราะห์อากาศว่าวันนี้ฝนจะตกหรือไม่ ความถูกต้องของคำตอบคงจะเท่ากับที่นักวิชาการศึกษา นักพัฒนาชุมชน หรือนักวิชาการการเงินและบัญชีวิเคราะห์ก็เป็นไปได้ เนื่องจากทุกคนมีพื้นฐานความรู้ทางด้านการพยากรณ์อากาศเท่ากัน เป็นต้น
นโยบายและแผนมาจากไหน?
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นนามธรรม เป็นองค์กรไม่มีชีวิต คิดนโยบายและแผนเอง ไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องมีคนทำหน้าที่แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่ง คนที่ทำหน้าที่แทนก็คือคนที่มีอำนาจสูงสุดในองค์กรนั้นๆ เช่น นายก อบต., นายกเทศมนตรี, นายก อบจ. เป็นต้น
ดังนั้น การวิเคราะห์นโยบายและแผนก็จึงเป็นการวิเคราะห์นโยบายและแผนของท่านนายกฯ นั่นเอง
แล้ว นโยบายและแผน ของท่านนายกฯ ทั้งหลายมาจากไหนกัน โอ้วว...
คำตอบ ก็คือ มากจากความคิดของท่านนายกฯ นั่นเอง ท่านนายกฯมีเป้าหมายอะไร มีแนวทางวิธีการที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายนั้นได้อย่างไร
เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ฯที่จะต้องวิเคราะห์ ตำแหน่งนี้ จึงมีความสำคัญมาก เพราะ เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ฯต้องคิดให้เหมือนที่นายกฯ คิด และทำให้นายกฯ คิดเหมือนที่เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ฯ คิด หรืออาจกล่าวได้ว่า เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ใช้สมองร่วมกับนายกฯ นั่นเอง
ทำไม? ใช้คำว่า “เจ้าหน้าที่”
ด้วยเหตุที่เจ้าหน้าที่ฯ วิเคราะห์ใช้สมองร่วมกันกับผู้บริหาร
ดังนั้น จึงต้องมีการตอกย้ำ ไม่ให้ลืมตัว ว่าตำแหน่งนี้ เป็นสายงานปฏิบัติไม่มีอำนาจในการตัดสินใจ ไม่ใช่ผู้บริหาร เพราะการทำงานใกล้ชิดกับผู้บริหารเป็นอย่างมากในบางครั้งอาจทำตัวเป็นผู้บริหารเสียเอง เพื่อเป็นการเตือนและตอกย้ำ ดังกล่าว จึงใช้ว่า “เจ้าหน้าที่”
เช่นเดียวกับ “เจ้าหน้าที่งบประมาณ” งบประมาณเป็นเรื่องสำคัญ ปกติตำแหน่ง ปลัดฯ จะเป็นเจ้าหน้าที่งบประมาณโดยตำแหน่ง แต่เป็นการย้ำว่า ตำแหน่งนี้เป็นสายงานปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎ/ระเบียบ ไม่มีอำนาจในการตัดสินใจ จึงใช้คำว่า “เจ้าหน้าที่” เช่นเดียวกัน
ต้องทำอะไรบ้าง
ต้องวิเคราะห์ทุกเรื่องในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเลยหรือ?
ทำไมตำแหน่งเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ฯ ถึงใช้คำว่า “เจ้าหน้าที่” ทำไม ไม่ใช้คำว่า “นัก” เหมือน นักพัฒนาชุมชน นักวิชาการศึกษา นักอื่นๆ ทั้งๆที่สายงามเริ่มต้นที่ระดับ 3 เหมือนกัน ทำไม ทำไม ???
ก่อนอื่นมาดูความหมายของชื่อตำแหน่งกันก่อน
คำว่า “เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน” เกิดจากคำต่างๆ ผสมกันดังนี้ จ้า
คำว่า “เจ้าหน้าที่” หมายถึง ผู้มีหน้าที่ในการปฏิบัติงาน นัยของคำนี้ จึงบ่งบอกให้รู้ว่า ตำแหน่ง ของคุณ มีหน้าที่ในการปฏิบัติงาน เป็นสายปฏิบัติ ไม่ใช่ สายการบริหารงาน เนื่องจากการบริหาร คือ การใช้คนอื่นให้ทำงาน ดังนั้น หากเมื่อใดที่เจ้าหน้าที่ ใช้คนอื่นให้ทำงาน นั่นหมายถึง เจ้าหน้าที่ผู้นั้นไม่รู้จักตนเองทำตัวเป็นผู้บริหาร
คำว่า “วิเคราะห์” หมายถึง การคิดใคร่ครวญในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น วิเคราะห์เหตุการณ์ ก็คือการคิดใคร่ครวญถึงสถานการณ์เรื่องราวที่เกิดขึ้นนั่นเอง โดยการวิเคราะห์นั้นจะเป็นการคิดใคร่ครวญแบบแยกส่วน
คำว่า “นโยบาย” เป็นคำสมาสเกิดจาก คำว่า นย ซึ่งแปลว่า แนวทาง กับคำว่า อุบาย ซึ่งแปลว่า กลวิธี ดังนั้น คำว่า นโยบาย จึงหมายถึง กลวิธีแนวทางที่จะนำไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ
คำว่า “และ” เป็นคำเชื่อม ที่มีสภาพบังคับ นั่นหมายความว่า บังคับให้กระทำทั้งสองอย่าง ในที่นี้จึงหมายถึง ให้วิเคราะห์ทั้งนโยบายและแผน
คำว่า “แผน” หมายถึง สิ่งที่คิดว่าจะทำ อะไรก็ตามที่คุณคิดว่าคุณจะทำนั่นแหละคือแผน
ดังนั้น คำถามที่ถามว่า “เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน” วิเคราะห์ทุกเรื่องเลยหรือไม่นั้น ก็ตอบได้เต็มปากเต็มคำว่า “ไม่ใช่” เพราะเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน มีหน้าที่วิเคราะห์แค่ 2 เรื่องหลักเท่านั้น คือ วิเคราะห์ 1.นโยบาย และ2.แผน
หากให้เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน วิเคราะห์เรื่องอื่นๆสามารถทำได้หรือไม่ คำตอบคือ “ทำได้” แต่ผลของการวิเคราะห์ก็อาจไม่ถูกต้องเหมือนที่คนทั่วๆไปวิเคราะห์ เพราะสายงานวิเคราะห์นโยบายและแผน รับผู้ที่จบสังคมศาสตร์ เช่น รัฐศาสตร์ จึงมีความรู้ด้านนโยบายและแผนเป็นพิเศษ
หากให้เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน วิเคราะห์อากาศว่าวันนี้ฝนจะตกหรือไม่ ความถูกต้องของคำตอบคงจะเท่ากับที่นักวิชาการศึกษา นักพัฒนาชุมชน หรือนักวิชาการการเงินและบัญชีวิเคราะห์ก็เป็นไปได้ เนื่องจากทุกคนมีพื้นฐานความรู้ทางด้านการพยากรณ์อากาศเท่ากัน เป็นต้น
นโยบายและแผนมาจากไหน?
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นนามธรรม เป็นองค์กรไม่มีชีวิต คิดนโยบายและแผนเอง ไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องมีคนทำหน้าที่แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่ง คนที่ทำหน้าที่แทนก็คือคนที่มีอำนาจสูงสุดในองค์กรนั้นๆ เช่น นายก อบต., นายกเทศมนตรี, นายก อบจ. เป็นต้น
ดังนั้น การวิเคราะห์นโยบายและแผนก็จึงเป็นการวิเคราะห์นโยบายและแผนของท่านนายกฯ นั่นเอง
แล้ว นโยบายและแผน ของท่านนายกฯ ทั้งหลายมาจากไหนกัน โอ้วว...
คำตอบ ก็คือ มากจากความคิดของท่านนายกฯ นั่นเอง ท่านนายกฯมีเป้าหมายอะไร มีแนวทางวิธีการที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายนั้นได้อย่างไร
เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ฯที่จะต้องวิเคราะห์ ตำแหน่งนี้ จึงมีความสำคัญมาก เพราะ เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ฯต้องคิดให้เหมือนที่นายกฯ คิด และทำให้นายกฯ คิดเหมือนที่เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ฯ คิด หรืออาจกล่าวได้ว่า เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ใช้สมองร่วมกับนายกฯ นั่นเอง
ทำไม? ใช้คำว่า “เจ้าหน้าที่”
ด้วยเหตุที่เจ้าหน้าที่ฯ วิเคราะห์ใช้สมองร่วมกันกับผู้บริหาร
ดังนั้น จึงต้องมีการตอกย้ำ ไม่ให้ลืมตัว ว่าตำแหน่งนี้ เป็นสายงานปฏิบัติไม่มีอำนาจในการตัดสินใจ ไม่ใช่ผู้บริหาร เพราะการทำงานใกล้ชิดกับผู้บริหารเป็นอย่างมากในบางครั้งอาจทำตัวเป็นผู้บริหารเสียเอง เพื่อเป็นการเตือนและตอกย้ำ ดังกล่าว จึงใช้ว่า “เจ้าหน้าที่”
เช่นเดียวกับ “เจ้าหน้าที่งบประมาณ” งบประมาณเป็นเรื่องสำคัญ ปกติตำแหน่ง ปลัดฯ จะเป็นเจ้าหน้าที่งบประมาณโดยตำแหน่ง แต่เป็นการย้ำว่า ตำแหน่งนี้เป็นสายงานปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎ/ระเบียบ ไม่มีอำนาจในการตัดสินใจ จึงใช้คำว่า “เจ้าหน้าที่” เช่นเดียวกัน
วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2552
หลักการควบคุมภายในเกี่ยวกับเงินสด
หลักการควบคุมภายในเกี่ยวกับเงินสด
1. แบ่งแยกหน้าที่รับเงิน จ่ายเงิน ลงบัญชี
2. วางระเบียบให้นำเงินฝากธนาคารทุกวัน
3. ใช้ระบบใบสำคัญเพื่อควบคุมการจ่ายเงิน
4. จัดให้มีการตรวจสอบเป็นครั้งคราว
5. จัดทำรายงานสถานะการเงินประจำวัน
6. ห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าในบริเวณสถานที่เก็บรักษาเงินสด
7. มีการตรวจนับโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า
การควบคุมพัสดุ
1. มีการขออนุมัติเบิกใช้พัสดุทุกครั้ง
2. มีสถานที่จัดเก็บปลอดภัยและเหมาะสมกับสภาพของพัสดุ
3. มีการตรวจนับพัสดุคงเหลือประจำปีตามระเบียบฯ
4. การจำหน่ายพัสดุและการลงทะเบียน
1. แบ่งแยกหน้าที่รับเงิน จ่ายเงิน ลงบัญชี
2. วางระเบียบให้นำเงินฝากธนาคารทุกวัน
3. ใช้ระบบใบสำคัญเพื่อควบคุมการจ่ายเงิน
4. จัดให้มีการตรวจสอบเป็นครั้งคราว
5. จัดทำรายงานสถานะการเงินประจำวัน
6. ห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าในบริเวณสถานที่เก็บรักษาเงินสด
7. มีการตรวจนับโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า
การควบคุมพัสดุ
1. มีการขออนุมัติเบิกใช้พัสดุทุกครั้ง
2. มีสถานที่จัดเก็บปลอดภัยและเหมาะสมกับสภาพของพัสดุ
3. มีการตรวจนับพัสดุคงเหลือประจำปีตามระเบียบฯ
4. การจำหน่ายพัสดุและการลงทะเบียน
กำหนดหลักเกณฑ์ที่จะควบคุม
กำหนดหลักเกณฑ์ที่จะควบคุม
การควบคุมเงินรับ
1. แบ่งแยกหน้าที่
2. ออกใบเสร็จรับเงินทุกครั้งที่มีการรับเงิน
3. ใช้ใบเสร็จรับเงินทีละเล่ม
4. ใช้ใบเสร็จรับเงินเรียงตามเลขที่
5. กำหนดให้นำเงินฝากธนาคารทุกวันที่มีการรับเงิน
6. เปรียบเทียบยอดในบัญชีกับ Bank Statement
7. ทำทะเบียนคุมเช็ค
8. มีการสับเปลี่ยนหน้าที่ระหว่างกัน
9. การรับเงินลงบัญชีเป็นปัจจุบันทุกวันและมีเอกสารประกอบถูกต้องครบถ้วน
การควบคุมเงินจ่าย
1.แบ่งแยกหน้าที่
2.จ่ายเช็คทั้งหมดและมีวงเงินสดย่อย
3.มีการอนุมัติจ่ายทุกครั้งจากผู้มีอำนาจ
4.กำหนดผู้ลงนามในเช็ค 3 คนร่วมกัน
5.ใช้เช็คเรียงตามลำดับเลขที่
6.ประทับตรา “จ่ายเงินแล้ว” บนหลักฐานการจ่ายเงินทุกใบ
7.จัดทำงบพิสูจน์ยอดเงินฝากธนาคารทุกสิ้นเดือน
การควบคุมเงินรับ
1. แบ่งแยกหน้าที่
2. ออกใบเสร็จรับเงินทุกครั้งที่มีการรับเงิน
3. ใช้ใบเสร็จรับเงินทีละเล่ม
4. ใช้ใบเสร็จรับเงินเรียงตามเลขที่
5. กำหนดให้นำเงินฝากธนาคารทุกวันที่มีการรับเงิน
6. เปรียบเทียบยอดในบัญชีกับ Bank Statement
7. ทำทะเบียนคุมเช็ค
8. มีการสับเปลี่ยนหน้าที่ระหว่างกัน
9. การรับเงินลงบัญชีเป็นปัจจุบันทุกวันและมีเอกสารประกอบถูกต้องครบถ้วน
การควบคุมเงินจ่าย
1.แบ่งแยกหน้าที่
2.จ่ายเช็คทั้งหมดและมีวงเงินสดย่อย
3.มีการอนุมัติจ่ายทุกครั้งจากผู้มีอำนาจ
4.กำหนดผู้ลงนามในเช็ค 3 คนร่วมกัน
5.ใช้เช็คเรียงตามลำดับเลขที่
6.ประทับตรา “จ่ายเงินแล้ว” บนหลักฐานการจ่ายเงินทุกใบ
7.จัดทำงบพิสูจน์ยอดเงินฝากธนาคารทุกสิ้นเดือน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)