วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม พ.ศ. 2552

หลักการควบคุมภายในเกี่ยวกับเงินสด

หลักการควบคุมภายในเกี่ยวกับเงินสด
1. แบ่งแยกหน้าที่รับเงิน จ่ายเงิน ลงบัญชี
2. วางระเบียบให้นำเงินฝากธนาคารทุกวัน
3. ใช้ระบบใบสำคัญเพื่อควบคุมการจ่ายเงิน
4. จัดให้มีการตรวจสอบเป็นครั้งคราว
5. จัดทำรายงานสถานะการเงินประจำวัน
6. ห้ามผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าในบริเวณสถานที่เก็บรักษาเงินสด
7. มีการตรวจนับโดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า
การควบคุมพัสดุ

1. มีการขออนุมัติเบิกใช้พัสดุทุกครั้ง
2. มีสถานที่จัดเก็บปลอดภัยและเหมาะสมกับสภาพของพัสดุ
3. มีการตรวจนับพัสดุคงเหลือประจำปีตามระเบียบฯ
4. การจำหน่ายพัสดุและการลงทะเบียน

กำหนดหลักเกณฑ์ที่จะควบคุม

กำหนดหลักเกณฑ์ที่จะควบคุม
การควบคุมเงินรับ
1. แบ่งแยกหน้าที่
2. ออกใบเสร็จรับเงินทุกครั้งที่มีการรับเงิน
3. ใช้ใบเสร็จรับเงินทีละเล่ม
4. ใช้ใบเสร็จรับเงินเรียงตามเลขที่
5. กำหนดให้นำเงินฝากธนาคารทุกวันที่มีการรับเงิน
6. เปรียบเทียบยอดในบัญชีกับ Bank Statement
7. ทำทะเบียนคุมเช็ค
8. มีการสับเปลี่ยนหน้าที่ระหว่างกัน
9. การรับเงินลงบัญชีเป็นปัจจุบันทุกวันและมีเอกสารประกอบถูกต้องครบถ้วน
การควบคุมเงินจ่าย
1.แบ่งแยกหน้าที่
2.จ่ายเช็คทั้งหมดและมีวงเงินสดย่อย
3.มีการอนุมัติจ่ายทุกครั้งจากผู้มีอำนาจ
4.กำหนดผู้ลงนามในเช็ค 3 คนร่วมกัน
5.ใช้เช็คเรียงตามลำดับเลขที่
6.ประทับตรา “จ่ายเงินแล้ว” บนหลักฐานการจ่ายเงินทุกใบ
7.จัดทำงบพิสูจน์ยอดเงินฝากธนาคารทุกสิ้นเดือน

การตรวจสอบการจัดเก็บรายได้

การตรวจสอบการจัดเก็บรายได้ การตรวจสอบเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีอากร ค่าธรรมเนียมและรายได้อื่น ว่าการจัดเก็บได้ปฏิบัติถูกต้องหรือไม่เพียงใด ทั้งนี้ เพื่อแสดงความเห็นและเสนอแนะว่าการจัดเก็บเป็นไปตามกฏหมาย/ระเบียบ ข้อบังคับ/หนังสือสั่งการของกระทรวงมหาดไทย และมติ ครม.หรือไม่
การตรวจสอบสืบสวน การตรวจสอบกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าจะมีการทุจริตหรือปฏิบัติผิดข้อกำหนด ซึ่งได้ข้อมูลจากการตรวจสอบลักษณะอื่น หรือจากการร้องเรียนบัตรสนเท่ห์และที่เป็นข่าวจากสื่อมวลชน
ข้อสังเกตในการเขียนเช็ค
1. ซื้อ / เช่า / จ้าง
• สั่งจ่ายในนามเจ้าหนี้
• ขีดฆ่าคำว่า “หรือตามคำสั่ง” หรือ “หรือผู้ถือ” ออก
• ขีดคร่อมเช็ค
2. รับเงินสดมาจ่าย
• สั่งจ่ายในนามเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการ
• ขีดฆ่าคำว่า “หรือตามคำสั่ง” หรือ
“หรือผู้ถือ” ออก
• ห้ามออกเช็คสั่งจ่ายเงินสด
กรณีใบเสร็จรับเงินที่ยังมิได้ใช้สูญหาย
1. แจ้งความนับแต่ทราบว่าหาย
2. ติดประกาศยกเลิกไว้ในที่พบเห็นและตรวจสอบได้ง่าย
3. ทำหนังสือแจ้งเวียนการยกเลิกให้ส่วนราชการต่าง ๆ ทราบ
หลักฐานการจ่าย หมายถึง หลักฐานซึ่งแสดงว่าได้มีการจ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้หรือผู้รับตามข้อผูกพันแล้ว
- ใบเสร็จรับเงิน (ใบสำคัญคู่จ่าย)
- ใบสำคัญรับเงิน
- ใบรับรองการจ่ายเงิน
- แบบคำขอเบิกที่มีช่องรับเงิน
- กค. กำหนด
กรณีใบสำคัญคู่จ่ายเงินสูญหาย
1. ถ้าเป็นใบเสร็จรับเงินสูญหาย ให้ใช้สำเนาใบเสร็จรับเงินซึ่งผู้รับเงินรับรองแทนได้
2. ถ้าใบสำคัญรับเงินสูญหาย หรือไม่อาจขอสำเนาใบเสร็จรับเงินตาม 1. ได้ ให้ผู้จ่ายเงิน ทำใบรับรองการจ่ายเงิน
ใบรับรองการจ่ายเงิน
1. การจ่ายเงินในต่างประเทศ ซึ่งกฎหมาย หรือประเพณีนิยมของประเทศนั้น ๆ ไม่ต้องออกใบเสร็จรับเงินหรือออกให้แต่ไม่เป็นตามที่กำหนด
2. กรณีซึ่งตามลักษณะไม่อาจเรียกใบเสร็จรับเงินได้
3. ค่าไปรษณียากร
4. จ่ายเงินรายหนึ่ง ๆ ไม่ถึง 10 บาท
5. ค่ารถ หรือเรือนั่งรับจ้าง
6. ค่าโดยสารรถไฟ รถยนต์ / เรือยนต์ประจำทาง
7. ใบสำคัญรับเงินสูญหาย
8. ใบเสร็จรับเงินสูญหายและไม่อาจขอสำเนาได้
9. ใบเสร็จรับเงินค่าธรรมเนียมต่าง ๆ สูญหาย

การตรวจสอบการเงินทั่วไป

การตรวจสอบการเงินทั่วไป การตรวจสอบการรับจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงินและการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินอื่น ว่าเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับและมติคณะรัฐมนตรีหรือไม่ โดยกำหนดให้มีการประเมินความเสี่ยงและระบบการควบคุมภายในของหน่วยรับตรวจ
การตรวจสอบงบการเงิน การตรวจสอบเพื่อแสดงความเห็นในฐานะผู้สอบบัญชีรับอนุญาตต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงานของหน่วยรับตรวจ ว่าเป็นไปตามมาตรฐานการสอบบัญชีที่รับรองโดยทั่วไปหรือไม่ กำหนดให้มีการประเมินความเสี่ยงและระบบการควบคุมภายในของหน่วยรับตรวจ
การตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้าง การตรวจสอบความถูกต้องของการดำเนินการจัดซื้อ/จัดจ้างตามระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการพัสดุขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือข้อบังคับ/หนังสือหารือและมติคณะรัฐมนตรีที่กำหนดเกี่ยวกับ
การตรวจรับสิ่งของที่ตกลงซื้อขายกันเป็นชุด(ที่นร(กวพ)0901/ว48)
การตรวจสอบความชำรุดบกพร่องก่อนการคืนหลักประกันสัญญา
การตรวจสังเกตการณ์การปฏิบัติงานตามสัญญา
มาตรการป้องกันหรือลดโอกาสในการสมยอมกันในการเสนอราคา
ไม่ปิดประกาศการจัดหาพัสดุหรือไม่จัดส่งเอกสารสอบราคา หรือประกวดราคา โดยไม่มีเหตุผล ผิดระเบียบพัสดุหรือมิชอบ เกิดความเสียหาย
การประกวดราคา
ไม่ปิดประกาศประกวดราคาที่ศูนย์รวมข้อมูลฯ
ไม่จัดทำหลักฐานการปิดและปลดประกาศประกวดราคา
ไม่จัดส่งประกาศประกวดราคาให้ครบทุกหน่วยงานตามระเบียบ
จัดส่งประกาศประกวดราคาน้อยกว่า 20 วัน ก่อนถึงวันรับซอง
จัดส่งเอกสารอื่นให้แทนเอกสารประกวดราคา
ไม่จัดส่งเอกสารประกวดราคาทางไปรษณีย์แบบ EMS

วันจันทร์ที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ระเบียบม.ท.ว่าด้วยวิธีการงบประมาณของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

ระเบียบม.ท.ว่าด้วยวิธีการงบประมาณของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นข้อ 34 อปท.จะจ่ายเงิน หรือก่อหนี้ผูกพันได้ตามข้อความ ที่กำหนดไว้ในงบประมาณรายจ่ายประจำปี หรืองบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ทั้งนี้ ต้องมีกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่งหรือหนังสือสั่งการของม.ท. อนุญาตให้จ่าย และมีเงินรายได้เพียงพอที่จะเบิกได้
ผู้รับตรวจ หมายความว่า หัวหน้าส่วนราชการ หัวหน้าหน่วยงาน ผู้รับผิดชอบในการปฏิบัติราชการ หรือการบริหารของหน่วยรับตรวจ
วัตถุประสงค์ของการตรวจสอบ
1 กฎหมาย/ระเบียบ/ข้อบังคับ/มติครม.
2 วัตถุประสงค์
3 ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ประหยัด คุ้มค่า
4 ความมีอยู่จริง : โปร่งใส
5 ตรวจสอบได้
หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบ
1 ตรวจสอบเอกสาร
2 สังเกตการณ์
3 สัมภาษณ์/สอบถาม
4 สอบปากคำ
5 วิเคราะห์ข้อมูล
มาตรา 42 ให้ผู้ว่า หรือ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ มีอำนาจดังนี้
1.เรียกผู้รับตรวจ เรียกเจ้าหน้าที่หน่วยรับตรวจ เพื่อสอบสวน หรือสั่งให้ส่งมอบบัญชี ทะเบียน เอกสาร
หลักฐานที่จัดทำขึ้นหรือมีไว้ในครอบครอง
2.อายัด เงิน ทรัพย์สิน บัญชี ทะเบียน เอกสาร หรือ หลักฐานอื่นที่มีอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยรับตรวจ
3.เรียกบุคคลใดๆ เพื่อมาให้การเป็นพยาน หรือให้ส่งมอบบัญชี ทะเบียน เอกสาร หรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวกับหรือสันนิษฐานว่าเกี่ยวกับหน่วยรับตรวจ
4. มีอำนาจเข้าไปในสถานที่ใดๆ
- ในเวลาทำการ
- ในระหว่างพระอาทิตย์ขึ้น และ พระอาทิตย์ตก
เพื่อตรวจสอบ ค้น ยึด หรืออายัดบัญชี ทะเบียน เอกสาร หรือหลักฐานอื่นเพื่ออายัดเงินหรือทรัพย์สินที่เกี่ยวกับ หรือสันนิษฐานว่าเกี่ยวกับหน่วยรับตรวจเท่าที่จำเป็น
มาตรา 44 พิจารณาผลการตรวจสอบ
มีข้อบกพร่องเนื่องจากไม่ปฏิบัติตามกฎหมายระเบียบ ข้อบังคับ หรือมติคณะรัฐมนตรี หน่วยรับตรวจแจ้งผลการดำเนินการให้คณะกรรมการทราบภายใน 60 วัน กรณีหน่วยรับตรวจไม่ดำเนินการตามข้อเสนอแนะ โดยไม่มีเหตุอันสมควร
มาตรา 45 พิจารณาผลการตรวจสอบ กรณีมีข้อบกพร่องเนื่องจากไม่มีข้อกำหนดให้หน่วยรับตรวจต้องปฏิบัติตาม
มาตรา 46 พิจารณาผลการตรวจสอบ กรณี
มีพฤติการณ์น่าเชื่อว่าเป็นการทุจริตหรือมีการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่เงินหรือทรัพย์สินของราชการ
แจ้งต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี
แจ้งต่อ ป.ป.ช.
แจ้งหน่วยรับตรวจ หรือผู้บังคับบัญชา หรือผู้ควบคุมกำกับ
มาตรา 47 พิจารณาผลการตรวจสอบ กรณี
มีความเสียหายเกิดขึ้น เพราะมีผู้กระทำการโดยมิชอบ สตง.มีอำนาจประเมินความเสียหาย รายงานให้สภาผู้แทนราษฎร/วุฒิสภาและ ค.ร.ม.ทราบ
มาตรา 61 ให้ผู้ว่าการและเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา

ตรวจสอบการเงินแผ่นดิน

ตรวจสอบการเงินแผ่นดิน
1. ตรวจสอบการรับจ่าย การเก็บรักษา การใช้จ่ายเงิน และทรัพย์สินอื่น ของหน่วยรับตรวจ หรือที่อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยรับตรวจ แสดงความเห็น ว่าเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และมติคณะรัฐมนตรีหรือไม่
2. ตรวจสอบบัญชี และรายงานการรับจ่ายเงินประจำปี และงบแสดงฐานะการเงินแผ่นดินประจำปี
3. ตรวจสอบบัญชีทุนสำรองเงินตราประจำปี
4. ตรวจสอบการจัดเก็บภาษีอากร ค่าธรรมเนียม และรายได้อื่นของหน่วยรับตรวจ และให้ตรวจสอบการประเมินภาษีอากร การจัดเก็บค่าธรรมเนียม และรายได้อื่นที่หน่วยรับ
5. ตรวจจัดเก็บ ศึกษาและเสนอความเห็นเกี่ยวกับแผนงาน งานโครงการที่จะมีผลกระทบต่อการจัดทำงบประมาณ
ประกาศ คปค.ฉบับที่ 29
1. ให้ พรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2542 ยังใช้บังคับต่อไป ยกเว้นส่วนที่ 1 หมวด 1
2. ให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ดำรงตำแหน่งถึง 30 ก.ย. 2550
3. ให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ปฏิบัติหน้าที่ คตง.ไปพลางก่อน
พรบ. ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ.๒๕๔๒ สตง. มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินหรือทรัพย์สินของหน่วยรับตรวจเป็นไปตาม กฎหมาย ระเบียบ มติคณะรัฐมนตรี
หน่วยรับตรวจ หมายความว่า
1.กระทรวง ทบวง กรม ส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเป็น กระทรวง ทบวง หรือกรม
2.หน่วยงานของราชการส่วนภูมิภาค
3.หน่วยงานของราชการส่วนท้องถิ่น
4.รัฐวิสาหกิจตามก.ม.ว่าด้วยวิธีการงบประมาณหรือตาม ก.ม.อื่น
5. หน่วยงานอื่นของรัฐ
6. หน่วยงานที่ได้รับเงินอุดหนุน หรือกิจการที่ได้รับเงิน หรือทรัพย์สินลงทุนจากหน่วยรับตรวจตาม (1) (2) (3) หรือ (4)
7. หน่วยงานอื่นใด หรือกิจการที่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐที่มีกฎหมายกำหนดให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้ตรวจสอบ

วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2552

การบริหารงานพัสดุ(สตง.)

เงินแผ่นดิน คือ อะไร ....เงินแผ่นดิน นั้นคือ เงินของประชาชนทั้งชาติ....(พระบรมราโชวาท)
1.โครงสร้างองค์กรการตรวจเงินแผ่นดิน
องค์กรการตรวจเงินแผ่นดิน ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2542 ประกอบด้วย
1. คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.)
2. ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน
3. สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)
1 คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.)
อำนาจหน้าที่
วางนโยบายการตรวจเงินแผ่นดิน
กำหนดหลักเกณฑ์มาตรฐานเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดิน
ให้คำแนะนำแก่ฝ่ายบริหารในการแก้ไขกฎหมาย ระเบียบหรือข้อบังคับเกี่ยวกับการควบคุมการเงินของรัฐ
ออกระเบียบหรือประกาศกำหนดมาตรฐานหรือมาตรการเกี่ยวกับระบบและการควบคุมการตรวจสอบ
เสนอแนะให้หน่วยรับตรวจแก้ไขข้อบกพร่องหรือปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับหรือมติ ครม.
กำกับและเป็นองค์กรชี้ขาดสูงสุดว่าด้วยวินัยทางงบประมาณและการคลัง
พิจารณาเลือกผู้สมควรดำรงตำแหน่งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน
1.2 ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน
การได้มา
ได้รับการคัดเลือกจาก คตง. เสนอสมาชิกวุฒิสภา
ได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกวุฒิสภา
วาระการดำรงตำแหน่ง 5 ปี เพียงวาระเดียว
อำนาจหน้าที่
เป็นผู้บังคับบัญชารับผิดชอบการบริหารทั่วไปของ สตง.
เป็นผู้แทน สตง. ในกิจการของ สตง. ที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก
รายงานผลการตรวจสอบต่อ คตง./คณะกรรมการวินัยทางงบประมาณและการคลัง
3.สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2542 กำหนดให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นส่วนราชการที่เป็นหน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ มีฐานะเป็นกรมตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน
อำนาจหน้าที่ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
1. รับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
2. ตรวจสอบการเงินแผ่นดิน
3. จัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี
4. ติดตามผลการดำเนินงานตามข้อเสนอของ สตง.
5. ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ ก.ม. กำหนด