ทำให้ตนเองสดใสได้ ด้วยการยิ้มให้ตนเอง
ทำให้คนอื่นสดใสได้ ด้วยการยิ้มให้คนอื่น
การยิ้มเป็นการลงทุนน้อย แต่สร้างความสดใสได้มาก
วันนี้...เรายิ้มแล้วหรือยัง ?
เมื่อหลายปีก่อนยังไม่มี "เรา"
"เรา" เพิ่งมีเมื่อไม่นานมานี้เอง
และอีกไม่นานก็จะไม่มีเราอีก
จึงควรรีบทำความดี ในขณะที่ยังมี "เรา"
แม้จะอยู่ในสังคมที่เร่าร้อน เราไม่จำเป็นต้องเร่าร้อนด้วย
แม้จะอยู่ในสังคมที่เครียด เราไม่จำเป็นต้องเครียดด้วย
แม้จะฝึกให้เป็นผู้ไม่โกรธไม่ได้ แต่ก็ฝึกให้เป็นผู้ไม่โกรธบ่อยได้
ฝึกให้เป็นผู้ไม่โกรธนานได้ ฝึกให้เป็นผู้รู้จักอภัยได้
ดูให้ดี แม้แต่หัวกะโหลกก็ยังยิ้ม
หัวกะโหลกยิ้มบอกว่า "ในโลกนี้ ไม่มีอะไรน่ากลัว
ไม่มีอะไรควรกลัว มีแต่ต้องยิ้มสู้"
การที่เรายังต้องแสวงหาความสุข แสดงว่าเรายังขาดความสุข
แต่ถ้าเรารู้จักทำใจให้เป็นสุขได้เองแล้ว เราไม่ต้องไปดิ้นรนหาความสุขที่ไหนอีก
คนป่วยหวังสุขภาพดี คนมั่งมีหวังชื่อเสียง คนยากจนหวังทรัพย์สิน
คนไม่มีกินหวังอาหาร คนเกียจคร้านหวังอยู่เฉยๆ
พวกที่มีโอกาสถูกผีหลอก มีอยู่ 2 พวก คือ
พวกแรก กลัวผี พวกที่สอง เชื่อว่ามีผี
ถ้ายังหามิตรที่ดีไม่ได้ อยู่คนเดียวยังดีกว่า
อยู่คนเดียว ยังปลอดภัยกว่าคบหามิตรที่เลว
รวย แต่ยังเป็นทุกข์มาก มีเกียรติ แต่ยังเป็นทุกข์มาก
มีชื่อเสียง แต่ยังเป็นทุกข์มาก นั่นเป็นเพราะว่า...
ความทุกข์มากหรือทุกข์น้อย ไม่ได้อยู่ที่ฐานะ เกียรติยศ ชื่อเสียง
แต่อยู่ที่... "ความยึดมั่นถือมั่น" มากหรือน้อยกว่ากันเท่านั้น
สิ่งที่น่าฝึกนั้นมีมาก การฝึกสิ่งที่คนอื่นฝึกได้ยาก
ย่อมได้รับผล ที่คนอื่นรับได้ยากเช่นเดียวกัน
การให้ได้มาซึ่งความสะดวกสบายทางกาย ต้องอาศัยวัตถุ
ต้องลงทุน ต้องยื้อแย่ง แต่การให้ได้มาซึ่งความสุขทางใจ
ไม่ต้องอาศัยวัตถุ ไม่ต้องลงทุน ไม่ต้องยื้อแย่ง
เพียงทำใจให้สงบ ก็ได้พบความสุขแล้ว
แนะนำ ผู้ที่ไม่ต้องการคำแนะนำ สั่งสอน ผู้ที่ไม่ต้องการคำสั่งสอน
ย่อมเสียเวลา เหนื่อนแรงเปล่า ทั้งทำให้เรารำคาญด้วย
ถ้าอยากจะรู้ว่าเขาเป็นคนเช่นไร ให้ดูจากเพื่อนสนิทของเขาก็ได้
โอกาสที่จะเป็นเศรษฐี มีไม่เท่ากัน แต่โอกาสที่จะเป็นคนดี มีเท่ากัน
ดวงจันทร์ยังมีข้างขึ้นข้างแรม ดวงอาทิตย์ยังมีมืดมิดในบางคราว
น้ำยังมีขึ้นมีลง นกยังบินสูงบินต่ำ เช่นเดียวกับชีวิตคน
ย่อมมีสูงมีต่ำบ้างเป็นธรรมดา
เขาชั่วก็ติเตียน พอเขาดีก็ริษยา
พอเขาตกต่ำก็เหยียบย่ำ คนเช่นนี้หาความสุขได้ยาก
วิธีการจัดการกับศัตรูที่ดีที่สุดคือ การให้อภัยศัตรู
การทำบุญไม่ต้องรอทำตอนแก่ เพราะไม่แน่ว่าจะได้อยู่จนแก่หรือไม่
เพราะบางคนแก่แล้ว ยังไม่ได้ทำบุญก็มี
คนไม่ดี มักสนใจความไม่ดีของผู้อื่น คนดี มักสนใจความดีของผู้อื่น
การโต้เถียงแม้จะมีเหตุผล แต่ถ้าใช้ท่วงทำนองที่แข็งกร้าว ยากที่จะเอาชนะได้
แต่การโต้แย้งโดยใช้เหตุผล ด้วยท่วงทำนองที่อ่อนน้อม สามารถเอาชนะได้
โต้เถียงกับเขาบ่อยๆ ขัดแย้งกับเขาบ่อยๆ ไม่ต้องไปวิเคราะห์เขา ว่าเขาเป็นคนแบบไหน
แต่ควรพิจารณาเรา ว่าเราชักจะแย่แล้วนะ
ความเย็นระงับความร้อนได้ฉันใด ความสงบของเรา สามารถระงับความพลุ่งพล่าน ของคนอื่นได้ฉันนั้น
ดอกไม้สวยมีไว้ล่อแมลง คำลวงมักไพเราะเพราะพริ้ง การตัดสินคนว่าใครดีใครชั่ว
เพียงอาศัยรูปกายภายนอก และคำพูดที่อ่อนหวาน ย่อมผิดพลาดได้ง่าย
วันพฤหัสบดีที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2555
ยาแก้กลุ้ม (ตอนที่ 1)
"ในยามฉุกเฉินของชีวิตที่จะยังมีต่อไปในวันข้างหน้านั้น หากเราเตรียมยาแก้กลุ้มไว้ก่อนบ้างก็คงจะไม่ถึงกับเสียหายแต่อย่างไร" เพราะศรัทธาที่มี หนังสือเล่มนี้จึงเกิด (ที่มา: อนุสรณ์ 72 พรรษา ภูมิพลมหาราช 1 - 30 เมษายน 2542 จังหวัดกาญจนบุรี)
ความพอใจทำให้หมดปัญหา
เมื่อหากว่าเราพอแล้ว...
สิ่งต่างๆ มันก็หมดค่า หมดราคา
เวลาเรารับประทานอาหาร
แม้อาหารจะเอร็ดอร่อยอย่างไร
เมื่อมันมีเกินที่เราต้องการแล้ว...
อาหารที่เรารับประทาน...มันก็หมดราคา
ไม่เหมือนที่เรารับประทานเวลาที่เราหิว
อันนั้นก็จะเอา... อันนี้ก็จะเอา
มีราคาไปหมดเสียทุกอย่าง
เพราะความหิวมีอยู่... ความอยากมีอยู่
ความต้องการยังมีอยู่... ความเป็นเราเป็นเขามีอยู่
มันก็มีปัญหาอยู่ตลอดเวลา
แต่เมื่อเราทำใจให้รู้จักพอแล้ว... มันก็หมดปัญหา
"ยิ้มแย้มแจ่มใส
เห็นใครทักก่อน"
นี่คือ..............
วิธีสร้างเสน่ห์แบบง่ายๆ
แต่ได้ผลมาก
ทุกชีวิตย่อมมีปัญหา
ปัญหามีมาให้แก้
ไม่ใช่มีมาให้กลุ้ม
การแก้ปัญหา
เป็นหน้าที่ของชีวิต
บางคน
มีวัตถุอำนวยความสะดวกมาก
แต่ยังหาความสุข ไม่ได้
บางคน
มีวัตถุอำนวยความสะดวกไม่มาก
แต่มีความสุขได้
สุขหรือไม่สุข
ไม่ได้ขึ้นอยู่กับวัตถุอำนวยความสะดวก
แต่ขึ้นอยู่กับจิตใจ
ที่มองเห็นความจริงของโลกและชีวิต
จนสามารถปล่อยวางคลายความยึดมั่นได้
การให้อภัย ไม่ต้องลงทุนอะไรเลย
แต่การแก้แค้น ต้องลงทุนมาก
เวลาก็เป็นยารักษาความทุกข์
ถ้าเราปล่อยให้เวลาผ่านไป
ยิ่งนานเท่าไร ความทุกข์ยิ่งลดลง
และอาจหายไปได้ในที่สุด
การสะกิดคุ้ยเขี่ย
ความผิดพลาดของผู้อื่น
ปมด้อยของผู้อื่น
มีแต่จะทำให้เขาเสียใจ
และอาจทำให้เสียมิตร
ส่วนเราไม่ได้อะไรเลย
เรายังเคยเข้าใจผิดคนอื่น
ถ้าคนอื่นจะเข้าใจเราผิดบ้าง
ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องแปลกอะไร
ทำไมต้องหมองเศร้า
ในเมื่อเราไม่ได้ผิดตามที่เขาเข้าใจ
อย่าโกรธฟุ่มเฟือย
อย่าโกรธจุกจิก
อย่าโกรธไม่เป็นเวล่ำเวลา
และอย่างโกรธมาก
จนเสียสุขภาพกาย สุขภาพจิต
คนที่ถูกนินทาด่าว่ามีอยู่ทั่วไป
ถ้าจะเพิ่มเราเป็นผู้ถูกนินทา
เข้าไปอีกสักคน
จะเป็นไรไป
การอ่านหนังสือนั้นดี
แต่การรู้จักเลือกอ่านหนังสือนั้นดีกว่า
การสำรวมระวังตนต้องมีอยู่เสมอ
ไม่ว่าอยู่คนเดียวหรือต่อหน้าผู้อื่น
ยิ้มมีอยู่ในตัวเราแล้วทุกคน
เพียงแต่เราจะนำออกมาใช้หรือไม่เท่านั้น
เราบังคับให้เขาดีต่อเราไม่ได้
แต่เราบังคับให้เราดีต่อเขาได้
การนินทาว่าร้ายเป็นเรื่องของเขา
การให้อภัยเป็นเรื่องของเรา
การชอบพูดถึงความดีของเขา
คือความดีของเรา
การชอบพูดถึงความไม่ดีของเขา
คือความไม่ดีของเรา
เราเข้าใจเขาผิด เรายังรู้สึกเสียใจ
เขาเข้าใจเราผิด ถึงเขาไม่พูด
เขาก็คงรู้สึกเสียใจบ้างเหมือนกัน
แท้ที่จริงแล้ว เรามีความทุกข์
คนอื่นเขาก็มีความทุกข์
เพียงแต่เขาไม่ได้บอก
ว่าเขามีความทุกข์
การมีความทุกข์
จึงเป็นเรื่องธรรมดาของคน
โทษคนอื่น
แก้ไขอะไรไม่ได้
โทษตัวเอง
แก้ไขได้
แก้ตัวไม่ได้ช่วยอะไร
แต่แก้ไขช่วยให้ดีขึ้น
คนรู้ธรรมะ ชอบเอาชนะคนอื่น
คนปฏิบัติธรรมะ ชอบเอาชนะตนเอง
แม้จะไม่ยิ่งใหญ่ แม้จะไม่ร่ำรวย
แม้จะไม่เด่นดัง แต่ถ้าได้มีชีวิตอยู่
อย่างไม่เบียดเบียนตนเอง
ไม่เบียดเบียนผู้อื่น
และได้ทำประโยชน์ให้แก่สังคมบ้าง
ย่อมไม่เสียที ที่ได้เกิดมาเป็นคน
ตัวพยาบาทนี่น่ากลัวนัก สามารถทำลายตัวเราได้
ทำลายผู้อื่นได้ ต้องทำลายตัวพยาบาทเสียก่อน
ก่อนที่มันจะทำลายตัวเรา หรือทำลายผู้อื่น
ในโลกนี้ ที่เขาฉลาดกว่าเราก็มี โง่กว่าเราก็มี
รวกว่าเราก็มี จนกว่าเราก็มี สวย หล่อกว่าเราก็มี
ขี้เหร่กว่าเราก็มี ฉะนั้น อย่าเย่อหยิ่งทะนงตน
หรือโศกเศร้าเสียใจไปเลย
ไอ้ตัวโกรธไม่ได้อยู่กับเราตลอดเวลา
มันจะเข้ามาตอนที่เราเผลอเท่านั้น
ถ้าเรามีสติระมัดระวังอยู่เสมอ
ไอ้ตัวโกรธก็เข้ามาไม่ได้
การนอนหลับเป็นการพักกาย
การทำสมาธิเป็นการพักใจ
คนส่วนมากพักแต่กาย
ไม่ค่อยได้พักใจ
ความพอใจทำให้หมดปัญหา
เมื่อหากว่าเราพอแล้ว...
สิ่งต่างๆ มันก็หมดค่า หมดราคา
เวลาเรารับประทานอาหาร
แม้อาหารจะเอร็ดอร่อยอย่างไร
เมื่อมันมีเกินที่เราต้องการแล้ว...
อาหารที่เรารับประทาน...มันก็หมดราคา
ไม่เหมือนที่เรารับประทานเวลาที่เราหิว
อันนั้นก็จะเอา... อันนี้ก็จะเอา
มีราคาไปหมดเสียทุกอย่าง
เพราะความหิวมีอยู่... ความอยากมีอยู่
ความต้องการยังมีอยู่... ความเป็นเราเป็นเขามีอยู่
มันก็มีปัญหาอยู่ตลอดเวลา
แต่เมื่อเราทำใจให้รู้จักพอแล้ว... มันก็หมดปัญหา
"ยิ้มแย้มแจ่มใส
เห็นใครทักก่อน"
นี่คือ..............
วิธีสร้างเสน่ห์แบบง่ายๆ
แต่ได้ผลมาก
ทุกชีวิตย่อมมีปัญหา
ปัญหามีมาให้แก้
ไม่ใช่มีมาให้กลุ้ม
การแก้ปัญหา
เป็นหน้าที่ของชีวิต
บางคน
มีวัตถุอำนวยความสะดวกมาก
แต่ยังหาความสุข ไม่ได้
บางคน
มีวัตถุอำนวยความสะดวกไม่มาก
แต่มีความสุขได้
สุขหรือไม่สุข
ไม่ได้ขึ้นอยู่กับวัตถุอำนวยความสะดวก
แต่ขึ้นอยู่กับจิตใจ
ที่มองเห็นความจริงของโลกและชีวิต
จนสามารถปล่อยวางคลายความยึดมั่นได้
การให้อภัย ไม่ต้องลงทุนอะไรเลย
แต่การแก้แค้น ต้องลงทุนมาก
เวลาก็เป็นยารักษาความทุกข์
ถ้าเราปล่อยให้เวลาผ่านไป
ยิ่งนานเท่าไร ความทุกข์ยิ่งลดลง
และอาจหายไปได้ในที่สุด
การสะกิดคุ้ยเขี่ย
ความผิดพลาดของผู้อื่น
ปมด้อยของผู้อื่น
มีแต่จะทำให้เขาเสียใจ
และอาจทำให้เสียมิตร
ส่วนเราไม่ได้อะไรเลย
เรายังเคยเข้าใจผิดคนอื่น
ถ้าคนอื่นจะเข้าใจเราผิดบ้าง
ก็ใช่ว่าจะเป็นเรื่องแปลกอะไร
ทำไมต้องหมองเศร้า
ในเมื่อเราไม่ได้ผิดตามที่เขาเข้าใจ
อย่าโกรธฟุ่มเฟือย
อย่าโกรธจุกจิก
อย่าโกรธไม่เป็นเวล่ำเวลา
และอย่างโกรธมาก
จนเสียสุขภาพกาย สุขภาพจิต
คนที่ถูกนินทาด่าว่ามีอยู่ทั่วไป
ถ้าจะเพิ่มเราเป็นผู้ถูกนินทา
เข้าไปอีกสักคน
จะเป็นไรไป
การอ่านหนังสือนั้นดี
แต่การรู้จักเลือกอ่านหนังสือนั้นดีกว่า
การสำรวมระวังตนต้องมีอยู่เสมอ
ไม่ว่าอยู่คนเดียวหรือต่อหน้าผู้อื่น
ยิ้มมีอยู่ในตัวเราแล้วทุกคน
เพียงแต่เราจะนำออกมาใช้หรือไม่เท่านั้น
เราบังคับให้เขาดีต่อเราไม่ได้
แต่เราบังคับให้เราดีต่อเขาได้
การนินทาว่าร้ายเป็นเรื่องของเขา
การให้อภัยเป็นเรื่องของเรา
การชอบพูดถึงความดีของเขา
คือความดีของเรา
การชอบพูดถึงความไม่ดีของเขา
คือความไม่ดีของเรา
เราเข้าใจเขาผิด เรายังรู้สึกเสียใจ
เขาเข้าใจเราผิด ถึงเขาไม่พูด
เขาก็คงรู้สึกเสียใจบ้างเหมือนกัน
แท้ที่จริงแล้ว เรามีความทุกข์
คนอื่นเขาก็มีความทุกข์
เพียงแต่เขาไม่ได้บอก
ว่าเขามีความทุกข์
การมีความทุกข์
จึงเป็นเรื่องธรรมดาของคน
โทษคนอื่น
แก้ไขอะไรไม่ได้
โทษตัวเอง
แก้ไขได้
แก้ตัวไม่ได้ช่วยอะไร
แต่แก้ไขช่วยให้ดีขึ้น
คนรู้ธรรมะ ชอบเอาชนะคนอื่น
คนปฏิบัติธรรมะ ชอบเอาชนะตนเอง
แม้จะไม่ยิ่งใหญ่ แม้จะไม่ร่ำรวย
แม้จะไม่เด่นดัง แต่ถ้าได้มีชีวิตอยู่
อย่างไม่เบียดเบียนตนเอง
ไม่เบียดเบียนผู้อื่น
และได้ทำประโยชน์ให้แก่สังคมบ้าง
ย่อมไม่เสียที ที่ได้เกิดมาเป็นคน
ตัวพยาบาทนี่น่ากลัวนัก สามารถทำลายตัวเราได้
ทำลายผู้อื่นได้ ต้องทำลายตัวพยาบาทเสียก่อน
ก่อนที่มันจะทำลายตัวเรา หรือทำลายผู้อื่น
ในโลกนี้ ที่เขาฉลาดกว่าเราก็มี โง่กว่าเราก็มี
รวกว่าเราก็มี จนกว่าเราก็มี สวย หล่อกว่าเราก็มี
ขี้เหร่กว่าเราก็มี ฉะนั้น อย่าเย่อหยิ่งทะนงตน
หรือโศกเศร้าเสียใจไปเลย
ไอ้ตัวโกรธไม่ได้อยู่กับเราตลอดเวลา
มันจะเข้ามาตอนที่เราเผลอเท่านั้น
ถ้าเรามีสติระมัดระวังอยู่เสมอ
ไอ้ตัวโกรธก็เข้ามาไม่ได้
การนอนหลับเป็นการพักกาย
การทำสมาธิเป็นการพักใจ
คนส่วนมากพักแต่กาย
ไม่ค่อยได้พักใจ
วันศุกร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2554
คณะทำงานแผนระดับหมู่บ้าน(ทีมหมู่บ้าน)
เพื่อให้การจัดทำแผนพัฒนาสามปี(อบต.) มีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงเสนอให้มีคณะทำงาน ดังนี้
1. คณะทำงานระดับหมู่บ้าน 2. คณะทำงานบูรณาการส่วนราชการ เช่น อนามัย,โรงเรียน
ขั้นตอนการดำเนินการ
1) จนท.วิเคราะห์ฯ เตรียมข้อมูลจัดทำแผน
2) ปรึกษา ส.อบต./ปลัด/นายกฯ
3) แต่งตั้งคณะทำงาน
4) ประชุมคณะทำงาน/เสนอข้อมูลปัญหาความต้องการ+วิชาการคือ ประโยชน์ ค่าสถิติต่างๆ (ปรึกษา ส.อบต.)/สรุปและรายงานผลการประชุมให้ หน./ปลัด/นายก ทราบ
5) สรุป/จัดเตรียมข้อมูลจากทีมหมู่บ้าน ไปประชุมประชาคมหมู่บ้าน
1. คณะทำงานระดับหมู่บ้าน 2. คณะทำงานบูรณาการส่วนราชการ เช่น อนามัย,โรงเรียน
ขั้นตอนการดำเนินการ
1) จนท.วิเคราะห์ฯ เตรียมข้อมูลจัดทำแผน
2) ปรึกษา ส.อบต./ปลัด/นายกฯ
3) แต่งตั้งคณะทำงาน
4) ประชุมคณะทำงาน/เสนอข้อมูลปัญหาความต้องการ+วิชาการคือ ประโยชน์ ค่าสถิติต่างๆ (ปรึกษา ส.อบต.)/สรุปและรายงานผลการประชุมให้ หน./ปลัด/นายก ทราบ
5) สรุป/จัดเตรียมข้อมูลจากทีมหมู่บ้าน ไปประชุมประชาคมหมู่บ้าน
เตรียมอะไรก่อนไปประชาคม
1. เตรียมเนื้อหาที่จะไปประชุมกับประชาชน ได้แก่ วัตถุประสงค์ของการประชุม ขั้นตอนในการประชุม ประโยชน์ของการประชุม
2. เตรียมข้อมูลต่างๆ ที่จะตอบข้อซัถถามของประชาชน ได้แก่ สภาพปัญหา/ความต้องการที่เคยเสนอไว้ มีการดำเนินการในเรื่องใด อย่างไร และมีแนวทางจะดำเนินการอย่างไร ต่อไป ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา การดำเนินการในปัจจุบัน และแนวทางการดำเนินการในอนาคต ปัญหา/อุปสรรคที่ไม่สามารถดำเนินการในเรื่องต่างๆได้
3. ประสานส่วนโยธา สำหรับตอบคำถามด้านงานก่อสร้าง ได้แก่ หัวหน้าส่วนฯ/นายช่างฯ/ช่างไฟฟ้า ฯลฯ ประสานหัวหน้าสำนักปลัด/ปลัด อบต. สำหรับตอบคำถามการบริหารงานของสำนักปลัด ประสานฝ่ายวิชาการ ได้แก่ นักพัฒนาชุมชน(ตอบปัญหาเบี้ยยังชีพ/การเกษตร/งานที่รับผิดชอบ) นักวิชาการศึกษา/งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ในส่วนของข้าราชการให้ทำเป็นคำสั่งฯให้ไปปฏิบัติงาน)
4. ประสานนายก อบต./รองนายก/สมาชิกสภา อบต. ตอบปัญหาด้านการบริหารงาน ด้านนโยบาย
5. ประสานกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน หรือประธานชุมชน/ สมาชิกสภา อบต. ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ
6. เตรียมวิเคราะห์โครงการเบื้องต้นก่อนว่าแต่ละหมู่บ้านมีปัญหาความต้องการอะไร(ประสาน ส.อบต.) ทำแล้วจะเกิดประโยชน์อะไร ประชาชนได้รับประโยชน์จำนวนกี่ครัวเรือน หรือสร้างรายได้เพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน จัดลำดับโครงการพร้อมข้อมูลสนับสนุน
7. ประสานอาหาร เครื่องดื่ม สถานที่ และอุปกรณ์ เช่น เครื่องขยายเสียง กระดาษชาร์ต ปากกาไพลอต
8. เตรียมคน1) จัดสถานที่ 2) รับลงทะเบียน(แยกระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชน) 3) จัดบันทึกย่อการประชุม 4) เขียนกระดาษชาร์ต 5) ถ่ายรูป
9. เตรียมสมุดลงชื่อประชาคม /แบบประเมินโครงการ/กระดาษชาร์ตที่สรุปปัญหาความต้องการ/กระดาษชาร์ตข้อมูลแผนปีปัจจุบันและอนาคต(ของเดิม)/เครื่องบันทึกเสียง(กันเหนียว)
10. เตรียมใจ สิ่งใดๆล้วนอนิจจัง!!
2. เตรียมข้อมูลต่างๆ ที่จะตอบข้อซัถถามของประชาชน ได้แก่ สภาพปัญหา/ความต้องการที่เคยเสนอไว้ มีการดำเนินการในเรื่องใด อย่างไร และมีแนวทางจะดำเนินการอย่างไร ต่อไป ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา การดำเนินการในปัจจุบัน และแนวทางการดำเนินการในอนาคต ปัญหา/อุปสรรคที่ไม่สามารถดำเนินการในเรื่องต่างๆได้
3. ประสานส่วนโยธา สำหรับตอบคำถามด้านงานก่อสร้าง ได้แก่ หัวหน้าส่วนฯ/นายช่างฯ/ช่างไฟฟ้า ฯลฯ ประสานหัวหน้าสำนักปลัด/ปลัด อบต. สำหรับตอบคำถามการบริหารงานของสำนักปลัด ประสานฝ่ายวิชาการ ได้แก่ นักพัฒนาชุมชน(ตอบปัญหาเบี้ยยังชีพ/การเกษตร/งานที่รับผิดชอบ) นักวิชาการศึกษา/งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ในส่วนของข้าราชการให้ทำเป็นคำสั่งฯให้ไปปฏิบัติงาน)
4. ประสานนายก อบต./รองนายก/สมาชิกสภา อบต. ตอบปัญหาด้านการบริหารงาน ด้านนโยบาย
5. ประสานกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน หรือประธานชุมชน/ สมาชิกสภา อบต. ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบ
6. เตรียมวิเคราะห์โครงการเบื้องต้นก่อนว่าแต่ละหมู่บ้านมีปัญหาความต้องการอะไร(ประสาน ส.อบต.) ทำแล้วจะเกิดประโยชน์อะไร ประชาชนได้รับประโยชน์จำนวนกี่ครัวเรือน หรือสร้างรายได้เพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน จัดลำดับโครงการพร้อมข้อมูลสนับสนุน
7. ประสานอาหาร เครื่องดื่ม สถานที่ และอุปกรณ์ เช่น เครื่องขยายเสียง กระดาษชาร์ต ปากกาไพลอต
8. เตรียมคน1) จัดสถานที่ 2) รับลงทะเบียน(แยกระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชน) 3) จัดบันทึกย่อการประชุม 4) เขียนกระดาษชาร์ต 5) ถ่ายรูป
9. เตรียมสมุดลงชื่อประชาคม /แบบประเมินโครงการ/กระดาษชาร์ตที่สรุปปัญหาความต้องการ/กระดาษชาร์ตข้อมูลแผนปีปัจจุบันและอนาคต(ของเดิม)/เครื่องบันทึกเสียง(กันเหนียว)
10. เตรียมใจ สิ่งใดๆล้วนอนิจจัง!!
วันพุธที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2554
บริหารงานบุคคล
พระราชกฤษฎีการะเบียบพนักงานส่วนตำบล พ.ศ. ๒๕๓๙
http://bbs.thailocalmeet.com/law/SAO_meet/zxfgqw475zx.pdf
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒
http://bbs.thailocalmeet.com/law/SAO_meet/dfg897634dgdf.pdf
ซักซ้อมแนวทางปฏิบัติกรณีการรับโอนข้าราชการตำรวจ หรือข้าราชการทหารมาเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น
http://www.thailocaladmin.go.th/upload/template/tempNews/2553/11/15440_1.PDF
การกำหนดตำแหน่งเกื้อก ูล (มท 0809.5/ ว 230)
http://www.thailocaladmin.go.th/upload/regulation/type5/2553/9/465_1.pdf
ประกาศ ก.จ.,ก.ท. เรื่อง มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลสำหรับลูกจ้างของ อบจ. และ เทศบาล (แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 1) พ.ศ. 2552
http://bbs.thailocalmeet.com/law/SAO_meet/3302_1.pdf
การกำหนดตำแหน่งประเภทวิชาการและประเภททั่วไป
http://bbs.thailocalmeet.com/law/SAO_meet/2999_1.pdf
การเรียกชื่อตำแหน่งใหม่ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
http://bbs.thailocalmeet.com/law/SAO_meet/2983_1.pdf
http://bbs.thailocalmeet.com/law/SAO_meet/zxfgqw475zx.pdf
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒
http://bbs.thailocalmeet.com/law/SAO_meet/dfg897634dgdf.pdf
ซักซ้อมแนวทางปฏิบัติกรณีการรับโอนข้าราชการตำรวจ หรือข้าราชการทหารมาเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น
http://www.thailocaladmin.go.th/upload/template/tempNews/2553/11/15440_1.PDF
การกำหนดตำแหน่งเกื้อก ูล (มท 0809.5/ ว 230)
http://www.thailocaladmin.go.th/upload/regulation/type5/2553/9/465_1.pdf
ประกาศ ก.จ.,ก.ท. เรื่อง มาตรฐานทั่วไปเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลสำหรับลูกจ้างของ อบจ. และ เทศบาล (แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 1) พ.ศ. 2552
http://bbs.thailocalmeet.com/law/SAO_meet/3302_1.pdf
การกำหนดตำแหน่งประเภทวิชาการและประเภททั่วไป
http://bbs.thailocalmeet.com/law/SAO_meet/2999_1.pdf
การเรียกชื่อตำแหน่งใหม่ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551
http://bbs.thailocalmeet.com/law/SAO_meet/2983_1.pdf
วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
การเรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาท
ทศพิธราชธรรม : บัญญัติ 10 ประการ สำหรับพระมหากษัตริย์
ทาน การให้ การเสียสละ
ศีล การรักษากาย วาจา ใจให้ปราศจากโทสะ
ปริจาคะหรือบริจาค การเสียสละเพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม
อาชชวะ ความเป็นผู้มีอัธยาศัย ซื่อตรง สุจริตธรรม
มัททวะ ความอ่อนโยน
ตปะ ความเพียรพยายาม กำจัดความเกียจคร้าน
อักโกธะ ความไม่โกรธ ไม่มุ่งร้ายผู้อื่น
อวิหิงสา ความไม่เบียดเบียนต่อตนเองและผู้อื่น
อวิโรธนะ การวางตนให้หนักแน่น ยึดมั่นในธรรมและนิติธรรม
ขันติ การอดทนต่อความโลภ โกรธ หลง
พระปฐมบรมราชโองการ
“ เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม
เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม ”
หลักในการทรงงาน
การบริหารจัดการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน : การยึดถือประชาชนเป็นศูนย์กลางในการรับบริการจากรัฐ
-การพัฒนาตามแนวทางภูมิสังคม ตามสภาพความเป็นจริง
-การให้ความสำคัญแก่ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
การบริหารจัดการโดยมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์
-การบริหารจัดการโดยมีโครงการและแผนงาน เน้นหลักวิชา
-การดำเนินงานพัฒนาตามลำดับชั้นตอน
-การบริหารจัดการแบบบูรณาการ
-การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อแก้ไขการดำเนินงานในอนาคต
-ไม่ยึดติดทฤษฎีหรือตำรา
การลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน
-ไม่คำนึงถึงกฎเกณฑ์ตายตัว เพื่อความคล่องตัว
-การจัดตั้งศูนย์บริการร่วมหรือการบริการรวมที่จุดเดียว
การบริหารจัดการที่มุ่งเน้นความคุ้มค่าในเชิงภารกิจ
-ขาดทุนคือกำไร(Our loss is our gain)
การบริหารจัดการความรู้
-การสำรวจความรู้
-การรวบรวมพัฒนาความรู้
-การสังเคราะห์ความรู้ให้เป็นระบบ
-การถ่ายทอดความรู้หรือแบ่งปันแลกเปลี่ยนเรียนรู้
การบริหารการเปลี่ยนแปลง
-การนำทาง : วางแผน กำกับ ตรวจสอบ วัดผล
-ภาวะผู้นำในการสร้างวิธีการทำงานใหม่
-การปรับแต่งหรือเสริมสร้างพลัง
-การมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลง
การกำกับ ติดตาม และประเมินผล
-การกำกับ ติดตาม ประเมินผลด้วยตนเอง
-มีการจัดตั้งหน่วยงานรับผิดชอบ
การบริหารจัดการแนวใหม่
การบริหารจัดการที่ใช้แนวทาง วิธีการของภาคเอกชน โดยมุ่งผลสัมฤทธิ์ของการปฏิบัติงานและปรับลดขนาดของภาครัฐให้เหมาะสม มีประสิทธิภาพ
ทาน การให้ การเสียสละ
ศีล การรักษากาย วาจา ใจให้ปราศจากโทสะ
ปริจาคะหรือบริจาค การเสียสละเพื่อประโยชน์สุขของส่วนรวม
อาชชวะ ความเป็นผู้มีอัธยาศัย ซื่อตรง สุจริตธรรม
มัททวะ ความอ่อนโยน
ตปะ ความเพียรพยายาม กำจัดความเกียจคร้าน
อักโกธะ ความไม่โกรธ ไม่มุ่งร้ายผู้อื่น
อวิหิงสา ความไม่เบียดเบียนต่อตนเองและผู้อื่น
อวิโรธนะ การวางตนให้หนักแน่น ยึดมั่นในธรรมและนิติธรรม
ขันติ การอดทนต่อความโลภ โกรธ หลง
พระปฐมบรมราชโองการ
“ เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม
เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม ”
หลักในการทรงงาน
การบริหารจัดการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน : การยึดถือประชาชนเป็นศูนย์กลางในการรับบริการจากรัฐ
-การพัฒนาตามแนวทางภูมิสังคม ตามสภาพความเป็นจริง
-การให้ความสำคัญแก่ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
การบริหารจัดการโดยมุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์
-การบริหารจัดการโดยมีโครงการและแผนงาน เน้นหลักวิชา
-การดำเนินงานพัฒนาตามลำดับชั้นตอน
-การบริหารจัดการแบบบูรณาการ
-การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อแก้ไขการดำเนินงานในอนาคต
-ไม่ยึดติดทฤษฎีหรือตำรา
การลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน
-ไม่คำนึงถึงกฎเกณฑ์ตายตัว เพื่อความคล่องตัว
-การจัดตั้งศูนย์บริการร่วมหรือการบริการรวมที่จุดเดียว
การบริหารจัดการที่มุ่งเน้นความคุ้มค่าในเชิงภารกิจ
-ขาดทุนคือกำไร(Our loss is our gain)
การบริหารจัดการความรู้
-การสำรวจความรู้
-การรวบรวมพัฒนาความรู้
-การสังเคราะห์ความรู้ให้เป็นระบบ
-การถ่ายทอดความรู้หรือแบ่งปันแลกเปลี่ยนเรียนรู้
การบริหารการเปลี่ยนแปลง
-การนำทาง : วางแผน กำกับ ตรวจสอบ วัดผล
-ภาวะผู้นำในการสร้างวิธีการทำงานใหม่
-การปรับแต่งหรือเสริมสร้างพลัง
-การมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลง
การกำกับ ติดตาม และประเมินผล
-การกำกับ ติดตาม ประเมินผลด้วยตนเอง
-มีการจัดตั้งหน่วยงานรับผิดชอบ
การบริหารจัดการแนวใหม่
การบริหารจัดการที่ใช้แนวทาง วิธีการของภาคเอกชน โดยมุ่งผลสัมฤทธิ์ของการปฏิบัติงานและปรับลดขนาดของภาครัฐให้เหมาะสม มีประสิทธิภาพ
วันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
มารู้จักสายงานเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผนกันเถอะ!
เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน
ต้องทำอะไรบ้าง
ต้องวิเคราะห์ทุกเรื่องในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเลยหรือ?
ทำไมตำแหน่งเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ฯ ถึงใช้คำว่า “เจ้าหน้าที่” ทำไม ไม่ใช้คำว่า “นัก” เหมือน นักพัฒนาชุมชน นักวิชาการศึกษา นักอื่นๆ ทั้งๆที่สายงามเริ่มต้นที่ระดับ 3 เหมือนกัน ทำไม ทำไม ???
ก่อนอื่นมาดูความหมายของชื่อตำแหน่งกันก่อน
คำว่า “เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน” เกิดจากคำต่างๆ ผสมกันดังนี้ จ้า
คำว่า “เจ้าหน้าที่” หมายถึง ผู้มีหน้าที่ในการปฏิบัติงาน นัยของคำนี้ จึงบ่งบอกให้รู้ว่า ตำแหน่ง ของคุณ มีหน้าที่ในการปฏิบัติงาน เป็นสายปฏิบัติ ไม่ใช่ สายการบริหารงาน เนื่องจากการบริหาร คือ การใช้คนอื่นให้ทำงาน ดังนั้น หากเมื่อใดที่เจ้าหน้าที่ ใช้คนอื่นให้ทำงาน นั่นหมายถึง เจ้าหน้าที่ผู้นั้นไม่รู้จักตนเองทำตัวเป็นผู้บริหาร
คำว่า “วิเคราะห์” หมายถึง การคิดใคร่ครวญในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น วิเคราะห์เหตุการณ์ ก็คือการคิดใคร่ครวญถึงสถานการณ์เรื่องราวที่เกิดขึ้นนั่นเอง โดยการวิเคราะห์นั้นจะเป็นการคิดใคร่ครวญแบบแยกส่วน
คำว่า “นโยบาย” เป็นคำสมาสเกิดจาก คำว่า นย ซึ่งแปลว่า แนวทาง กับคำว่า อุบาย ซึ่งแปลว่า กลวิธี ดังนั้น คำว่า นโยบาย จึงหมายถึง กลวิธีแนวทางที่จะนำไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ
คำว่า “และ” เป็นคำเชื่อม ที่มีสภาพบังคับ นั่นหมายความว่า บังคับให้กระทำทั้งสองอย่าง ในที่นี้จึงหมายถึง ให้วิเคราะห์ทั้งนโยบายและแผน
คำว่า “แผน” หมายถึง สิ่งที่คิดว่าจะทำ อะไรก็ตามที่คุณคิดว่าคุณจะทำนั่นแหละคือแผน
ดังนั้น คำถามที่ถามว่า “เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน” วิเคราะห์ทุกเรื่องเลยหรือไม่นั้น ก็ตอบได้เต็มปากเต็มคำว่า “ไม่ใช่” เพราะเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน มีหน้าที่วิเคราะห์แค่ 2 เรื่องหลักเท่านั้น คือ วิเคราะห์ 1.นโยบาย และ2.แผน
หากให้เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน วิเคราะห์เรื่องอื่นๆสามารถทำได้หรือไม่ คำตอบคือ “ทำได้” แต่ผลของการวิเคราะห์ก็อาจไม่ถูกต้องเหมือนที่คนทั่วๆไปวิเคราะห์ เพราะสายงานวิเคราะห์นโยบายและแผน รับผู้ที่จบสังคมศาสตร์ เช่น รัฐศาสตร์ จึงมีความรู้ด้านนโยบายและแผนเป็นพิเศษ
หากให้เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน วิเคราะห์อากาศว่าวันนี้ฝนจะตกหรือไม่ ความถูกต้องของคำตอบคงจะเท่ากับที่นักวิชาการศึกษา นักพัฒนาชุมชน หรือนักวิชาการการเงินและบัญชีวิเคราะห์ก็เป็นไปได้ เนื่องจากทุกคนมีพื้นฐานความรู้ทางด้านการพยากรณ์อากาศเท่ากัน เป็นต้น
นโยบายและแผนมาจากไหน?
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นนามธรรม เป็นองค์กรไม่มีชีวิต คิดนโยบายและแผนเอง ไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องมีคนทำหน้าที่แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่ง คนที่ทำหน้าที่แทนก็คือคนที่มีอำนาจสูงสุดในองค์กรนั้นๆ เช่น นายก อบต., นายกเทศมนตรี, นายก อบจ. เป็นต้น
ดังนั้น การวิเคราะห์นโยบายและแผนก็จึงเป็นการวิเคราะห์นโยบายและแผนของท่านนายกฯ นั่นเอง
แล้ว นโยบายและแผน ของท่านนายกฯ ทั้งหลายมาจากไหนกัน โอ้วว...
คำตอบ ก็คือ มากจากความคิดของท่านนายกฯ นั่นเอง ท่านนายกฯมีเป้าหมายอะไร มีแนวทางวิธีการที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายนั้นได้อย่างไร
เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ฯที่จะต้องวิเคราะห์ ตำแหน่งนี้ จึงมีความสำคัญมาก เพราะ เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ฯต้องคิดให้เหมือนที่นายกฯ คิด และทำให้นายกฯ คิดเหมือนที่เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ฯ คิด หรืออาจกล่าวได้ว่า เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ใช้สมองร่วมกับนายกฯ นั่นเอง
ทำไม? ใช้คำว่า “เจ้าหน้าที่”
ด้วยเหตุที่เจ้าหน้าที่ฯ วิเคราะห์ใช้สมองร่วมกันกับผู้บริหาร
ดังนั้น จึงต้องมีการตอกย้ำ ไม่ให้ลืมตัว ว่าตำแหน่งนี้ เป็นสายงานปฏิบัติไม่มีอำนาจในการตัดสินใจ ไม่ใช่ผู้บริหาร เพราะการทำงานใกล้ชิดกับผู้บริหารเป็นอย่างมากในบางครั้งอาจทำตัวเป็นผู้บริหารเสียเอง เพื่อเป็นการเตือนและตอกย้ำ ดังกล่าว จึงใช้ว่า “เจ้าหน้าที่”
เช่นเดียวกับ “เจ้าหน้าที่งบประมาณ” งบประมาณเป็นเรื่องสำคัญ ปกติตำแหน่ง ปลัดฯ จะเป็นเจ้าหน้าที่งบประมาณโดยตำแหน่ง แต่เป็นการย้ำว่า ตำแหน่งนี้เป็นสายงานปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎ/ระเบียบ ไม่มีอำนาจในการตัดสินใจ จึงใช้คำว่า “เจ้าหน้าที่” เช่นเดียวกัน
ต้องทำอะไรบ้าง
ต้องวิเคราะห์ทุกเรื่องในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเลยหรือ?
ทำไมตำแหน่งเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ฯ ถึงใช้คำว่า “เจ้าหน้าที่” ทำไม ไม่ใช้คำว่า “นัก” เหมือน นักพัฒนาชุมชน นักวิชาการศึกษา นักอื่นๆ ทั้งๆที่สายงามเริ่มต้นที่ระดับ 3 เหมือนกัน ทำไม ทำไม ???
ก่อนอื่นมาดูความหมายของชื่อตำแหน่งกันก่อน
คำว่า “เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน” เกิดจากคำต่างๆ ผสมกันดังนี้ จ้า
คำว่า “เจ้าหน้าที่” หมายถึง ผู้มีหน้าที่ในการปฏิบัติงาน นัยของคำนี้ จึงบ่งบอกให้รู้ว่า ตำแหน่ง ของคุณ มีหน้าที่ในการปฏิบัติงาน เป็นสายปฏิบัติ ไม่ใช่ สายการบริหารงาน เนื่องจากการบริหาร คือ การใช้คนอื่นให้ทำงาน ดังนั้น หากเมื่อใดที่เจ้าหน้าที่ ใช้คนอื่นให้ทำงาน นั่นหมายถึง เจ้าหน้าที่ผู้นั้นไม่รู้จักตนเองทำตัวเป็นผู้บริหาร
คำว่า “วิเคราะห์” หมายถึง การคิดใคร่ครวญในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เช่น วิเคราะห์เหตุการณ์ ก็คือการคิดใคร่ครวญถึงสถานการณ์เรื่องราวที่เกิดขึ้นนั่นเอง โดยการวิเคราะห์นั้นจะเป็นการคิดใคร่ครวญแบบแยกส่วน
คำว่า “นโยบาย” เป็นคำสมาสเกิดจาก คำว่า นย ซึ่งแปลว่า แนวทาง กับคำว่า อุบาย ซึ่งแปลว่า กลวิธี ดังนั้น คำว่า นโยบาย จึงหมายถึง กลวิธีแนวทางที่จะนำไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ
คำว่า “และ” เป็นคำเชื่อม ที่มีสภาพบังคับ นั่นหมายความว่า บังคับให้กระทำทั้งสองอย่าง ในที่นี้จึงหมายถึง ให้วิเคราะห์ทั้งนโยบายและแผน
คำว่า “แผน” หมายถึง สิ่งที่คิดว่าจะทำ อะไรก็ตามที่คุณคิดว่าคุณจะทำนั่นแหละคือแผน
ดังนั้น คำถามที่ถามว่า “เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน” วิเคราะห์ทุกเรื่องเลยหรือไม่นั้น ก็ตอบได้เต็มปากเต็มคำว่า “ไม่ใช่” เพราะเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน มีหน้าที่วิเคราะห์แค่ 2 เรื่องหลักเท่านั้น คือ วิเคราะห์ 1.นโยบาย และ2.แผน
หากให้เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน วิเคราะห์เรื่องอื่นๆสามารถทำได้หรือไม่ คำตอบคือ “ทำได้” แต่ผลของการวิเคราะห์ก็อาจไม่ถูกต้องเหมือนที่คนทั่วๆไปวิเคราะห์ เพราะสายงานวิเคราะห์นโยบายและแผน รับผู้ที่จบสังคมศาสตร์ เช่น รัฐศาสตร์ จึงมีความรู้ด้านนโยบายและแผนเป็นพิเศษ
หากให้เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน วิเคราะห์อากาศว่าวันนี้ฝนจะตกหรือไม่ ความถูกต้องของคำตอบคงจะเท่ากับที่นักวิชาการศึกษา นักพัฒนาชุมชน หรือนักวิชาการการเงินและบัญชีวิเคราะห์ก็เป็นไปได้ เนื่องจากทุกคนมีพื้นฐานความรู้ทางด้านการพยากรณ์อากาศเท่ากัน เป็นต้น
นโยบายและแผนมาจากไหน?
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นนามธรรม เป็นองค์กรไม่มีชีวิต คิดนโยบายและแผนเอง ไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องมีคนทำหน้าที่แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่ง คนที่ทำหน้าที่แทนก็คือคนที่มีอำนาจสูงสุดในองค์กรนั้นๆ เช่น นายก อบต., นายกเทศมนตรี, นายก อบจ. เป็นต้น
ดังนั้น การวิเคราะห์นโยบายและแผนก็จึงเป็นการวิเคราะห์นโยบายและแผนของท่านนายกฯ นั่นเอง
แล้ว นโยบายและแผน ของท่านนายกฯ ทั้งหลายมาจากไหนกัน โอ้วว...
คำตอบ ก็คือ มากจากความคิดของท่านนายกฯ นั่นเอง ท่านนายกฯมีเป้าหมายอะไร มีแนวทางวิธีการที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายนั้นได้อย่างไร
เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่วิเคราะห์ฯที่จะต้องวิเคราะห์ ตำแหน่งนี้ จึงมีความสำคัญมาก เพราะ เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ฯต้องคิดให้เหมือนที่นายกฯ คิด และทำให้นายกฯ คิดเหมือนที่เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ฯ คิด หรืออาจกล่าวได้ว่า เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ใช้สมองร่วมกับนายกฯ นั่นเอง
ทำไม? ใช้คำว่า “เจ้าหน้าที่”
ด้วยเหตุที่เจ้าหน้าที่ฯ วิเคราะห์ใช้สมองร่วมกันกับผู้บริหาร
ดังนั้น จึงต้องมีการตอกย้ำ ไม่ให้ลืมตัว ว่าตำแหน่งนี้ เป็นสายงานปฏิบัติไม่มีอำนาจในการตัดสินใจ ไม่ใช่ผู้บริหาร เพราะการทำงานใกล้ชิดกับผู้บริหารเป็นอย่างมากในบางครั้งอาจทำตัวเป็นผู้บริหารเสียเอง เพื่อเป็นการเตือนและตอกย้ำ ดังกล่าว จึงใช้ว่า “เจ้าหน้าที่”
เช่นเดียวกับ “เจ้าหน้าที่งบประมาณ” งบประมาณเป็นเรื่องสำคัญ ปกติตำแหน่ง ปลัดฯ จะเป็นเจ้าหน้าที่งบประมาณโดยตำแหน่ง แต่เป็นการย้ำว่า ตำแหน่งนี้เป็นสายงานปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎ/ระเบียบ ไม่มีอำนาจในการตัดสินใจ จึงใช้คำว่า “เจ้าหน้าที่” เช่นเดียวกัน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)